
ช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2560 ในวันที่ 14 เมษายน ปรากฏข่าวว่าหมุดคณะราษฎรถูกเปลี่ยนเป็นหมุดใหม่ที่รู้จักกันในนาม “หมุดหน้าใส” ที่เมื่อหลายปีนับจากนั้นหลังการเกิดใหม่ของคณะราษฎรอีกครั้งหนึ่ง ก็ถูกรื้อถอนออกไปอีกเช่นกันโดยที่หมุดคณะราษฎรเดิมไม่ได้กลับมา
เราได้ยึดเอาวันของการทำลายและกลบเกลื่อนความทรงจำของคณะราษฎรผู้เปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองในปี 2475 นี้ มาเป็นวาระประกาศผลการประกวดข้อเขียนสารคดีความทรงจำ “วัตถุปฏิวัติ” ที่เราได้เชิญชวนให้ผู้สนใจมาร่วมกันประกอบสร้างมรดกทางวัตถุของคณะราษฎรขึ้นมาใหม่ผ่านความทรงจำ เพื่อให้เรือนร่างของเว็บไซต์ วัตถุปฏิวัติ มีชีวิตขึ้นมาและมีจิตวิญญาณประชาธิปไตยเข้าไปสิงสถิต
สิ่งที่น่าสนใจของสารคดีความทรงจำที่เราได้รับในช่วงสามเดือนที่ผ่านมามีอยู่อย่างน้อยสองประการด้วยกัน ประการหนึ่งคือผลงานเกินครึ่งเล่าถึงวัตถุนอกกรุงเทพมหานคร สะท้อนถึงความพยายามร่วมกันที่จะเติมความทรงจำในช่องว่าง อีกประการหนึ่งคือผลงานที่ชนะการประกวดทั้งสามชิ้นตีโจทย์ของความทรงจำได้แตกอย่างแตกต่างกันออกไป ดังจะได้แจกแจงด้านล่าง
ขอขอบคุณผู้สนใจทุกท่านที่ตั้งใจจดจำรำลึก ค้นคว้าข้อมูล เก็บภาพ และถ่ายทอดเป็นข้อเขียนส่งมา เราหวังอยู่ลึกๆว่าผู้สนใจท่านอื่นๆจะได้รับแรงบันดาลใจมาลงมือเขียนเองบ้างจากผลงานที่ผ่านการคัดเลือกต่อไปนี้
ผลการประกวด
รางวัลชนะเลิศลำดับที่ 1 เรื่อง “อนุสาวรีย์พระเริงรุกปัจจามิตร: วีรบุรุษปราบกบฏที่ถูกลืม” โดย ณัฐธยาน์ สวัสดิ์วรากร
“อนุสาวรีย์ของท่านไม่ใช่สถาปัตยกรรมโอ่อ่าทั้งยังไม่ได้เป็นที่สักการะบูชาศักดิ์สิทธิ์ ทว่าที่ตรงนั้นกลับบรรจุวีรกรรมอันกล้าหาญของวีรบุรุษของชาติไว้”
เรื่องราวของอนุสาวรีย์เล็กๆ ในวัดแห่งหนึ่งที่จังหวัดนครราชสีมาที่ไม่ค่อยมีใครรู้จัก ได้รับการถ่ายทอดอย่างน่าจดจำในฐานะวัตถุปฏิวัติที่เป็นอนุสรณ์แก่วีรบุรุษผู้จากไปก่อนวัยอันควร เจดีย์บรรจุอัฐิของนายพันเอก พระเริงรุกปัจจามิตร (ทอง รักสงบ) (2434-2478) นายทหารม้าผู้มีบทบาทสำคัญในการปราบกบฏบวรเดชที่โคราช และหลังจากนั้นก็ร่วมมือกับฝ่ายพลเรือนส่งเสริมการศึกษาแก่ราษฎร ติดต่อกับคณะสงฆ์อีสานให้ช่วยเผยแพร่รัฐธรรมนูญ และเป็นผู้ผลักดันให้รัฐบาลพระยาพหลฯ สร้างอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารีอีกด้วย เอกสารหลักฐาน ภาพประกอบ และคำอธิบายสถาปัตยกรรมอันเพียบพร้อมหนุนส่งให้สารคดีความทรงจำชิ้นนี้ไม่เพียงหนักแน่นในทางเนื้อหา แต่ยังชวนซาบซึ้งในคุณค่าของความทรงจำของชาวโคราชในยุคนั้นที่ได้ร่วมกันสร้างอนุสาวรีย์นี้ขึ้นมา เมื่อได้อ่านสารคดีความทรงจำชิ้นนี้แล้ว อนุสาวรีย์เล็กๆ ในภาพถ่ายก็ดูไม่เล็กอีกต่อไป
รางวัลชนะเลิศลำดับที่ 2 เรื่อง “เที่ยวตามรอยคณะราษฎร” โดย iluvxlucky
“มรดกคณะราษฎร ๒๔๗๕ ในสายตาของดิฉัน ผู้เป็น ‘คนธรรมดา’ คืออะไร?”
ผลงานชิ้นนี้ทำออกมาเป็นแผ่นพับนำเที่ยวย่านเสาชิงช้าในกรุงเทพฯ ที่ผสมผสานมุมมองและการเดินทางตามรอยของผู้เขียน ควบคู่ไปกับหนังสืออ้างอิง ภาพถ่าย และภาพตัดปะได้อย่างชวนสะท้อนย้อนคิดถึงโจทย์ของ “สารคดีความทรงจำ” ว่าสารคดีนี้ก็เป็นบันเทิงคดีได้ และความทรงจำเกี่ยวกับคนในอดีตนั้นก็สามารถกลายเป็นความทรงจำเฉพาะตัวผู้เขียนเองที่ได้อ่าน ได้เช็คอิน ได้ถ่ายรูป ได้เล่าให้เพื่อนๆได้รับรู้ เป็นการทำให้เรื่องราวในอดีตของคณะราษฎรคงอยู่ร่วมสมัยกับปัจจุบันผ่านการท่องเที่ยวและอาหารการกิน แม้ไม่ได้จดจ่อกับวัตถุใดวัตถุหนึ่งของคณะราษฎรเป็นพิเศษ แต่ตัวสารคดีเองกลับมีลักษณะของความเป็นวัตถุปฏิวัติในตัว กล่าวคือเป็นวัตถุที่ยืนยันว่าเจตนารมณ์ประชาธิปไตยของคณะราษฎรสามารถเข้าถึงได้ด้วยความลำลอง ไม่ว่าจะเป็นการใช้รูปแบบของนิยายแชทเล่าเรื่องการปฏิวัติ 2475 ไปจนถึงการพาตุ๊กตาถักไหมพรมที่ดูละม้ายคล้ายผู้ก่อการอภิวัฒน์สองคนไปอยู่ในรูปถ่ายนำเที่ยว
รางวัลชนะเลิศลำดับที่ 3 เรื่อง “เสาหลักเมืองนครบาลเพชรบูรณ์” โดย วิทยา ดารุณรัมย์
“ฉันเกิดไม่ทันเหตุการณ์ในยุคนั้นหรอก แต่ก็พอรู้เรื่องราวอยู่บ้าง เพราะย่าชอบเล่าให้ฟังอยู่บ่อย ๆ ว่าครั้งหนึ่งเมืองเพชรบูรณ์ เคยถูกวาดฝันให้เป็นเมืองสำคัญของประเทศหลังการอภิวัฒน์สยาม”
นี่คือประโยคแรกของข้อเขียนที่เขียนมาได้อย่างมีรสชาติสมชื่อสารคดีความทรงจำ คือใช้ความทรงจำเป็นตัวนำสาระ ผู้เขียนเล่าอย่างเรียบง่ายโดยไม่อาศัยแหล่งอ้างอิงอื่นใด แต่กลับเชื่อมโยงให้รู้สึกได้ถึงความหมายที่ซ่อนอยู่ในสถานที่อันแสนธรรมดา กรณีนี้คือเสาหลักเมืองนครบาลเพชรบูรณ์ ที่จอมพล ป. พิบูลสงคราม ทำพิธียกเสาเมื่อปี 2487 เพื่อเป็นหลักชัยของเมืองและเป็นสัญลักษณ์ของเมืองหลวงแห่งใหม่ ที่ปัจจุบันผู้สัญจรผ่านไปมาอาจไม่จดจำความหมายนั้นแล้ว เริ่มต้นที่ความทรงจำ ผู้เขียนก็ขมวดปมทั้งหมดลงที่ประเด็นของความทรงจำอีกเช่นกัน ว่าถ้าไม่มีใครสืบทอดความทรงจำ วัตถุนี้จะยังคงมีความหมายอะไรอยู่บ้าง ถึงกระนั้น การเขียนสารคดีชิ้นนี้ขึ้นมา ก็นับได้ว่าเป็นการส่งต่อความทรงจำสู่ผู้อ่านทีละคนๆ ให้จิตวิญญาณของวัตถุนี้ยังคงอยู่ ไม่ล่วงลับไปพร้อมกับเจ้าของความทรงจำ
และมีผลงานนอกจากนี้ที่ผ่านการคัดเลือก เรียงตามลำดับตัวอักษรชื่อผู้เขียน คือ
• เรื่อง “งานเหลิม-งานหลองรัฐ: งานฉลองรัฐธรรมนูญและงานกาชาด จังหวัดตรัง” โดย จามิกร ยิ้มสุด
• เรื่อง “เจดีย์แฝดวัดประชาธิปไตย ที่เมืองโคราช” โดย ณัฐธยาน์ สวัสดิ์วรากร
• เรื่อง “คู่มือพลเมือง” โดย อนุชา อชิรเสนา
ผลงานที่ผ่านการคัดเลือกเหล่านี้ จะได้รับการบรรณาธิการ แปลเป็นภาษาอังกฤษ และทยอยเผยแพร่ทางเว็บไซต์วัตถุปฏิวัติต่อไป และแม้วาระการประกวดจะสิ้นสุดลง แต่เรายังคงเปิดรับข้อเขียนสารคดีความทรงจำจากทุกท่าน
ประกาศ ณ วันที่ 14 เมษายน 2569
ในวาระประกอบสร้างมรดกคณะราษฎรขึ้นใหม่โดยความทรงจำราษฎร
