รายงานกองทุนราษฎรประสงค์ประจำปี 2567 ตอนที่ 4: ที่สุดการเดินทาง

ออกแบบกราฟิกโดย อัครวุฒิ

การช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการเดินทางของผู้ต้องหา จำเลย และครอบครัวผู้ต้องขัง ในรอบสามปีที่ผ่านมาของกองทุนราษฎรประสงค์ภายใต้มูลนิธิสิทธิอิสรา ทำให้เราได้เข้าไปอยู่ในโลกของรายละเอียดทางธุรการอันว่าด้วยหลักฐานการเดินทางและหลักฐานนัดหมายต่างๆ และได้พบว่า บรรดาเศษเสี้ยวอันจุกจิกหยุมหยิมที่ร่วงหล่นอยู่ตามรายทางของกระบวนการยุติธรรมนั้น สามารถประกอบกันขึ้นเป็นภาพเรื่องเล่าที่อาจทำให้ผู้อ่าน/ผู้บริจาคเห็นภาพได้ว่า สิ่งที่เรียกว่าค่าใช้จ่ายในการเดินทางในเส้นทางของกระบวนการยุติธรรมนั้น มีนามธรรมที่จับต้องได้ของความลำเค็ญชนิดเกือบถึงขั้นแอ็บเสิร์ดหรือเหลวไหลอย่างหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก แฝงอยู่ในนามของการเดินทางเพียงใด ในรายงานตอนนี้ เราจึงคัดสรร “ที่สุดการเดินทาง”  มานำเสนอเป็น 7 ตัวอย่าง คือ (1) เดินทางนานที่สุด (2) เดินทางหลายต่อที่สุด (3) เดินทางไกลที่สุด (4) เดินทางเสียเที่ยวที่สุด (5) เดินทางเกือบเสียเที่ยวที่สุด (6) เดินทางหลายนัดที่สุด และสุดท้ายคือ (7) การเดินทางถึงที่สุดที่สุด

• เดินทางนานที่สุด

ด้วยลักษณะพิเศษของกฎหมายที่ไม่เหมือนกฎหมายอย่างกฎหมายอาญามาตรา 112 ที่อนุญาตให้ใครแจ้งความก็ได้ และภาระในการพิสูจน์ไม่เคยตกอยู่กับผู้แจ้งซึ่งสามารถนั่งกระดิกเท้าอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือที่บ้าน แล้วไล่เลือกเก็บเป้านิ่งในโลกออนไลน์มาเป็นเหยื่อคดีที่โรงพักข้างบ้านตัวเองได้สบายๆ จนกลายเป็นว่ายิ่งภูมิลำเนาของผู้แจ้งอยู่ไกลศูนย์กลางเท่าไหร่ก็ยิ่งดูจะสาแก่ใจของผู้แจ้งเท่านั้น ดังนั้นจึงเกิดปรากฏการณ์ที่มีคดี 112 ขึ้นในพื้นที่จังหวัดอย่างนราธิวาสหลายคดีเพียงเพราะผู้แจ้งมีทะเบียนบ้านอยู่ที่นั่น และภาระในการต่อสู้คดีของผู้ถูกแจ้งความจึงเริ่มต้นนับแต่หลักกิโลเมตรแรกที่เขาออกเดินทาง ซึ่งในกรณีของตัวอย่างนี้คือจากจังหวัดปราจีนบุรี

• เดินทางหลายต่อที่สุด

ศาลจังหวัดสมุทรปราการ เป็นฮ็อตสป็อตอีกแห่งของคดี 112 “ทางไกล” ที่มาจากการแจ้งความของพลเมืองกัมมันตะผู้มีทะเบียนบ้านอยู่บางแก้ว สมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการอาจนับเป็นแค่ปริมณฑลถ้าทุกสิ่งในประเทศนี้ตั้งต้นที่กรุงเทพฯ แต่หลายกรณีไม่ใช่ โดยเฉพาะในกรณีนี้ที่จำเลยต้องเดินทางมาจากเกาะช้าง 6 ต่อด้วยยานพาหนะ 6 ชนิด

• เดินทางไกลที่สุด

ไม่เพียงทางบกและทางน้ำ การโดยสารทางอากาศเพื่อไปตามนัดคดีก็มีได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นเที่ยวบินในประเทศหรือระหว่างประเทศ  และในกรณีนี้มูลเหตุคดีคือการสั่งฟ้องเหวี่ยงแหเป็นกลุ่มใหญ่ในข้อหาชุมนุมมั่วสุมและฝ่าฝืน พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ก่อนที่ต่อมาศาลจะยกฟ้องทุกข้อหา แต่ราคาที่ราษฎร (ทั้งจำเลยและผู้บริจาค) ต้องจ่ายไปแล้วคือค่าใช้จ่ายในการดั้นด้นต่อสู้คดีกันถึงเพียงนี้

• เดินทางเสียเที่ยวที่สุด

หลายครั้งที่มีการแจ้งขอเบิกค่าเดินทางที่เสียเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นมาตามนัดศาลแล้วศาลเลื่อนนัดเพราะมีคนไม่มา หรือมาตามนัดเรือนจำเพื่อรับสมาชิกครอบครัวกลับบ้านแล้วปรากฏว่ามาผิดวัน! การเดินทางที่เสียเที่ยวไปแล้วนั้นก็ยังต้องนับว่าเป็นการเดินทางเพราะมันเกิดขึ้นจริง และแม้จะเป็นการเดินทางที่ไร้ความหมาย แต่มันมีค่าใช้จ่ายไปแล้วจริงๆ

• เดินทางเกือบเสียเที่ยวที่สุด

แต่ก็มีบางครั้งที่โชคดีแก้สถานการณ์ได้ทัน ทำให้การเดินทางนั้นแค่เกือบเสียเที่ยว เช่นการเดินทางไปรายงานตัวต่อศาลตามนัด(ผิด)ในวันเสาร์ของจำเลยท่านนี้ ซึ่งบังเอิญเป็นจำเลยท่านเดียวกับที่อยู่ในตัวอย่างของการเดินทางหลายต่อที่สุดด้วย (รวมทั้งต้องลางานมากที่สุดถึงสามวันเพื่อการเดินทางด้วย) นายประกันในคดีที่อยู่ทางบ้านกับนายประกันผู้รับมอบอำนาจซึ่งอยู่หน้างานต้องผนึกกำลังกันโต้แย้งยืนกรานกับเจ้าหน้าที่ศาลเพื่อไม่ให้ต้นทุนทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางของจำเลย (และของนายประกันด้วย) ต้องบานปลายโดยใช่เหตุไปมากกว่าที่เป็นอยู่

• เดินทางหลายนัดที่สุด

มีหลายคดีที่เราได้ตรวจสอบนัดคดีย้อนหลังไปจนถึงยุคศาลทหารหลังการรัฐประหาร 2557 เช่นคดีตามแผนภาพนี้ ที่เริ่มในเขตอำนาจของศาลทหารก่อนจะโอนคดีไปเริ่มใหม่ที่ศาลยุติธรรมชั้นต้น กว่าจะจบที่ชั้นอุทธรณ์ก็ปาเข้าไป 73 นัด ตั้งแต่นัดแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม นัดฟ้อง นัดถามคำให้การ นัดพร้อม นัดสืบพยานโจทก์ นัดสืบพยานจำเลย นัดรายงานตัว จนถึงนัดฟังคำพิพากษา

• การเดินทางถึงที่สุดที่สุด

คำว่าการเดินทางถึงที่สุดในที่นี้ ไม่ได้หมายถึงกรณีที่คดีมีคำพิพากษาถึงที่สุด หรือจำเลยรับโทษแล้วจนถึงที่สุด แต่หมายถึงกรณีที่การเดินทางของจำเลยสิ้นสุดก่อนคดี บางรายเป็นเพราะจำเลยหลบหนีหรือลี้ภัย แต่บางรายที่ถึงที่สุดยิ่งกว่านั้น คือกรณีที่จำเลยเสียชีวิตไปก่อนที่คดีของพวกเขาจะถึงที่สุด ตัวอย่างเช่น

  • คดีขอนแก่นโมเดล ด้วยระยะเวลาของคดีที่นานถึง 9 ปีนับแต่การรัฐประหาร 2557 ในบรรดาจำเลย 26 คน มีจำเลยหลบหนี/ลี้ภัย 2 คน และมีจำเลยที่เสียชีวิตไปก่อนถึงวันพิพากษา 3 คน
  • คดีหมู่บ้านทะลุฟ้า จำเลย 61 คน มีจำเลยหลบหนี/ลี้ภัย 8 คน และมีจำเลยที่เสียชีวิตก่อนถึงวันพิพากษา 2 คน
  • คดีการ์ดวีโว่ จำเลย 45 คน มีจำเลยเสียชีวิตก่อนถึงวันพิพากษา 1 คน
  • คดีทำโพลเรื่องขบวนเสด็จ จำเลย 8 คน มีผู้เสียชีวิตก่อนถึงวันได้รับสิทธิประกันตัว 1 คน

อ่านตอนที่แล้ว